GOFX Learning & Seminar Space
- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
พื้นที่เรียนรู้ สัมมนา และต้อนรับลูกค้า ที่เปลี่ยนห้องกิจกรรมเดิมให้กลายเป็นประสบการณ์ขององค์กรอย่างเป็นระบบ
Project: GOFX Learning & Seminar Space
Client: GOFX Thailand
Location: The Ninth Towers Grand Rama 9, Bangkok, Thailand
Area: 179 sq.m.
Year: 2026
Status: Design Completed
Project Type: Workplace / Corporate Learning Space / Client Engagement Space

GOFX Learning & Seminar Space เป็นโครงการออกแบบภายในพื้นที่ขนาด 179 ตารางเมตร บนชั้น 23 ของอาคาร The Ninth Towers Grand Rama 9 กรุงเทพฯ สำหรับรองรับการสัมมนา การอบรม การนำเสนอ และกิจกรรมที่เปิดรับทั้งลูกค้าและบุคคลภายนอก
พื้นที่เดิมเป็นห้องอเนกประสงค์แบบเปิดโล่ง ซึ่งรองรับกิจกรรมได้หลากหลาย แต่การลงทะเบียน การต้อนรับ การพักรับประทานอาหารว่าง และการเรียนรู้ยังเกิดขึ้นปะปนกันภายในพื้นที่เดียว ส่งผลให้ลำดับการใช้งานไม่ชัดเจน เกิดการรบกวนระหว่างกิจกรรม และยังไม่สามารถสื่อสารภาพลักษณ์ขององค์กรผ่านพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ภาพและผังเดิมแสดงให้เห็นห้องรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว พร้อมเวที อุปกรณ์นำเสนอ และเฟอร์นิเจอร์กิจกรรมที่อยู่รวมกันโดยไม่มีการแบ่งพื้นที่เฉพาะ
The Collective Studio จึงมองโจทย์นี้มากกว่าการปรับปรุงห้องสัมมนาให้ดูใหม่ แต่เป็นการสร้าง Client-Facing Workplace ที่เชื่อมการต้อนรับ การสร้างปฏิสัมพันธ์ การเรียนรู้ และการสื่อสารแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน
From Arrival to Insight
แนวคิดหลักของโครงการคือ From Arrival to Insight หรือการสร้างลำดับประสบการณ์ตั้งแต่การมาถึงจนถึงการแลกเปลี่ยนความรู้
แทนที่ผู้เข้าร่วมจะเข้าสู่ห้องสัมมนาโดยตรง พื้นที่ถูกจัดระบบใหม่ให้การมาถึงเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียน รับเครื่องดื่ม พูดคุย และเตรียมตัว ก่อนเข้าสู่พื้นที่อบรมที่สงบและมีสมาธิมากขึ้น
แนวคิดนี้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่:
Business Lounge สำหรับการต้อนรับ ลงทะเบียน พัก และพบปะ
Seminar Room สำหรับการอบรม การนำเสนอ และกิจกรรมที่ต้องการสมาธิ
ทั้งสองส่วนแยกออกจากกันด้วยผนังกระจกกรอบสีเข้ม ช่วยควบคุมเสียงและการใช้งาน โดยยังคงความต่อเนื่องทางสายตาและทำให้พื้นที่โดยรวมไม่รู้สึกถูกแบ่งออกเป็นห้องย่อยที่ปิดทึบ


A Welcome Space Before Learning
พื้นที่ด้านหน้าถูกเปลี่ยนให้เป็น Business Lounge ซึ่งรองรับการใช้งานตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มกิจกรรม ระหว่างพัก และหลังจบการสัมมนา
องค์ประกอบหลักประกอบด้วย:
จุดลงทะเบียนและต้อนรับ
เคาน์เตอร์เครื่องดื่มและอาหารว่าง
โต๊ะยืนสำหรับการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ
ที่นั่งริมหน้าต่าง
Built-in Bench และโต๊ะขนาดเล็ก
พื้นที่พบปะระหว่างผู้เข้าร่วมกับทีมงาน
การวาง Counter Seating ตามแนวหน้าต่างช่วยเปลี่ยนพื้นที่ขอบห้องที่มักถูกมองข้ามให้กลายเป็นพื้นที่ใช้งานจริง ผู้เข้าร่วมสามารถนั่งพัก สนทนา หรือดูข้อมูลระหว่างรอกิจกรรม พร้อมรับแสงธรรมชาติและมุมมองออกสู่เมือง
พื้นที่ส่วนกลางยังคงเปิดโล่งเพื่อรองรับการเคลื่อนไหว การจัดโต๊ะลงทะเบียน และรูปแบบกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้ โดยไม่ทำให้ Lounge รู้สึกเหมือนพื้นที่รอทั่วไป

Separation Without Disconnection
ความท้าทายสำคัญของโครงการคือการแยกกิจกรรมที่มีระดับเสียงและจังหวะการใช้งานต่างกัน โดยไม่ทำให้พื้นที่ขาดความต่อเนื่อง
ผนังกระจกระหว่าง Lounge และ Seminar Room จึงทำหน้าที่มากกว่าการเป็น Partition แต่เป็น Threshold ระหว่างพื้นที่ทางสังคมกับพื้นที่การเรียนรู้
ภายนอกห้อง ผู้เข้าร่วมสามารถลงทะเบียน รับเครื่องดื่ม และพูดคุยได้ ขณะที่กิจกรรมการอบรมภายในยังดำเนินต่อไปโดยได้รับผลกระทบน้อยลง ความโปร่งของกระจกทำให้ผู้ใช้งานมองเห็นกิจกรรมและเข้าใจทิศทางการเคลื่อนที่ได้ทันที ซึ่งสำคัญสำหรับพื้นที่ที่เปิดรับลูกค้าและบุคคลภายนอกที่อาจไม่คุ้นเคยกับสถานที่
A Focused Learning Environment
Seminar Room ถูกออกแบบให้รองรับการเรียนรู้แบบ Classroom การใช้งานโน้ตบุ๊ก การนำเสนอ และกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาต่อเนื่อง
ผังพัฒนาแบบกำหนดโต๊ะเรียนประมาณ 42 ที่นั่ง พร้อม Built-in Seating เพิ่มเติมอีกประมาณ 6–8 ที่นั่ง เวทีด้านหน้า จอ LED ขนาดประมาณ 2.5 × 4.5 เมตร และตำแหน่งควบคุมระบบภาพและเสียง
การจัดโต๊ะเป็นแถวช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นผู้นำเสนอและจอหลักได้ชัดเจน ขณะเดียวกันโต๊ะมีขนาดเหมาะกับการวางโน้ตบุ๊ก เอกสาร และอุปกรณ์ส่วนตัว
Built-in Seating ตามแนวหน้าต่างช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับห้อง สามารถใช้เป็นที่นั่งเสริม พื้นที่พัก หรือรองรับรูปแบบกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องนั่งประจำโต๊ะทุกคน
ระบบแสงภายใน Seminar Room ใช้ LED Panel ที่ให้ความสว่างกระจายอย่างสม่ำเสมอ เหมาะกับการอ่าน การจดบันทึก และการใช้คอมพิวเตอร์ ขณะที่ไฟซ่อนบริเวณริมหน้าต่างและองค์ประกอบผนังช่วยลดความรู้สึกแข็งของห้องอบรมทั่วไป

Brand Identity as a Functional Element
อัตลักษณ์ของ GOFX ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเพียงโลโก้หรือกราฟิกบนผนัง แต่ถูกแปลเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมภายใน
รูปทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวของกราฟตลาดการเงินถูกนำมาสร้างเป็น Pattern บนผนัง โดยใช้ชิ้นส่วนแนวตั้งที่มีระดับสูงต่ำแตกต่างกัน รูปทรงนี้ช่วยเชื่อมโยงพื้นที่กับบริบทของแบรนด์โดยไม่ทำให้ภายในกลายเป็นพื้นที่ตกแต่งเชิงธีม
องค์ประกอบดังกล่าวยังทำงานร่วมกับวัสดุดูดซับเสียง ช่วยลดเสียงสะท้อนและเพิ่มความชัดเจนของเสียงพูดภายในพื้นที่ แนวทางนี้ทำให้ Brand Identity และประสิทธิภาพของพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจออกแบบเดียวกัน ไม่ได้ถูกนำมาติดตั้งเพิ่มเติมภายหลัง
Material, Light and Atmosphere
โทนวัสดุของโครงการถูกกำหนดให้มีความเป็นมืออาชีพ แต่ไม่แข็งหรือเป็นทางการจนเกินไป
พื้นที่ Lounge ใช้พื้นสีเทาอ่อนร่วมกับไม้สีอ่อน ผิวสัมผัสโทนเทาอบอุ่น และเบาะสีเป็นกลาง เพื่อสร้างบรรยากาศที่สว่าง สะอาด และเป็นมิตร ส่วนกระเบื้องสีเขียวบริเวณเคาน์เตอร์เครื่องดื่มทำหน้าที่เป็น Accent ที่สร้างมิติให้กับพื้นที่โดยไม่แข่งขันกับสีประจำแบรนด์
ภายใน Seminar Room ใช้พื้นลายไม้ ผนังไม้สีอ่อน และ Acoustic Panel โทน Beige กับ Grey เพื่อสร้างความอบอุ่นและช่วยควบคุมเสียง รายการวัสดุพัฒนาแบบยังระบุการใช้ Laminate สี Nordico Maple, Grey Marl Cotton, Bella Concrete รวมถึงผ้าและวัสดุดูดซับเสียงในโทนกลาง
แสงธรรมชาติจากแนวหน้าต่างถูกเก็บไว้เป็นส่วนสำคัญของ Lounge ขณะที่แสงซ่อนและ Downlight ช่วยสร้างบรรยากาศที่นุ่มขึ้น ส่วน Seminar Room ใช้แสงสม่ำเสมอและชัดเจนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการนำเสนอ
ภาพรวมจึงเป็นพื้นที่ที่สร้างสมดุลระหว่าง:
Trust, Hospitality, Learning and Community

A Client-Facing Workplace
GOFX Learning & Seminar Space แสดงให้เห็นว่าพื้นที่สำนักงานสำหรับการอบรมไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงห้องที่มีโต๊ะ เก้าอี้ และจอนำเสนอ
เมื่อพื้นที่เปิดรับลูกค้าและบุคคลภายนอก ทุกช่วงของประสบการณ์มีผลต่อการรับรู้ขององค์กร ตั้งแต่ความชัดเจนในการมาถึง วิธีการต้อนรับ คุณภาพของพื้นที่พัก ไปจนถึงสภาพแวดล้อมภายในห้องอบรม
โครงการนี้จึงเปลี่ยนห้องกิจกรรมเดิมให้กลายเป็นพื้นที่ที่ทำหน้าที่พร้อมกันในหลายระดับ:
เป็นพื้นที่ต้อนรับลูกค้า
เป็นสถานที่จัดสัมมนาและการอบรม
เป็นพื้นที่พบปะของ Community
เป็นเครื่องมือสื่อสารความน่าเชื่อถือขององค์กร
เป็น Workplace ที่สนับสนุนทั้งประสบการณ์และการดำเนินงาน
สำหรับ The Collective Studio การออกแบบสำนักงานไม่ได้เริ่มจากการเลือกสไตล์หรือวัสดุ แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจว่าผู้คนจะมาถึง ใช้งาน พบปะ เรียนรู้ และจดจำองค์กรผ่านพื้นที่อย่างไร ก่อนแปลงความต้องการเหล่านั้นให้กลายเป็นผัง บรรยากาศ ระบบ และรายละเอียดที่สามารถพัฒนาไปสู่การก่อสร้างได้จริง
หากคุณกำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงสำนักงาน ห้องอบรม หรือพื้นที่ต้อนรับลูกค้าในอาคาร The Ninth Towers และย่านพระราม 9 ทีม The Collective Studio พร้อมช่วยวิเคราะห์การใช้งาน วางผัง และพัฒนาแนวคิดให้เหมาะกับธุรกิจและข้อจำกัดของอาคาร






