Pet Friendly หรือแค่ Pet Allowed? อะไรคือการออกแบบโรงแรมที่ "ต้อนรับสัตว์เลี้ยง" อย่างแท้จริง
- 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที

คำว่า “Pet Friendly” กลายเป็นคีย์เวิร์ดทรงพลังที่เจ้าของโครงการโรงแรมในยุคนี้อยากมีไว้ในครอบครอง เพราะเทรนด์การพาเพื่อนสี่ขาไปเที่ยวโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ในฐานะสถาปนิกนักและนักออกแบบภายในที่เลี้ยงโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ มากว่า 15 ปี ผมบอกได้เลยว่า... หลายครั้งคำนี้กลับกลายเป็นดาบสองคม
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุด คือ โรงแรมประกาศว่า Pet Friendly แต่พอไปถึงจริงกลับเป็น "พาเข้าได้...แต่ห้ามนั่น ห้ามนี่" จนกลายเป็นประสบการณ์ที่ "เกร็ง" มากกว่า "ผ่อนคลาย" ทั้งการจำกัดน้ำหนักไม่เกิน 5 กก. หรือห้ามเข้าพื้นที่ส่วนกลางเกือบทั้งหมด สิ่งเหล่านี้เกิดจากความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน และมักจบลงด้วยรีวิวเชิงลบที่ทำลายแบรนด์ในระยะยาว
บทความนี้ชวนมองแบบนักออกแบบ: ถ้าอยากทำให้ Pet Friendly “จริง” ต้องเริ่มจากการออกแบบพื้นที่ + Service Journey ไม่ใช่แค่การตั้งกฎ
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะมันคือ "โอกาส" ไม่ใช่แค่เทรนด์
ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยปี 2024 มีมูลค่าราว 75,000 ล้านบาท และโตขึ้น 12.4% ต่อปี แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ พฤติกรรมที่คนไม่ได้แค่เลี้ยงสัตว์ แต่พาไปเที่ยวด้วย และยินดีจ่ายมากกว่า
การท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเติบโตราว 15-20% ต่อปี ผู้เดินทางที่พาสัตว์เลี้ยง ใช้จ่ายมากกว่าปกติ 20% และที่พักแบบ Pet Friendly ในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ เท่าตัว (+92%)
สรุปง่ายๆ คือ: ถ้าทำให้ดีจริง นี่คือตลาดที่คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ดึงยอดจอง แต่สร้างความแตกต่างของแบรนด์ สร้างรายได้ต่อการเข้าพัก และที่สำคัญสร้างความภักดี
Pet Allowed, Pet Friendly, หรือ Pet-Centric? เลือกให้ตรงกับที่อยากเป็น
ก่อนจะเริ่มออกแบบ เจ้าของโครงการต้องตอบให้ได้ก่อนว่า อยากให้โครงการอยู่ในระดับไหน เพราะแต่ละระดับมี "ต้นทุน" และ "ผลตอบแทน" ที่ต่างกัน:

Pet Allowed — ให้เข้าได้
ลักษณะ: อนุญาตให้พาเข้าพัก แต่ยังไม่ได้ออกแบบเพื่อรองรับ
สัญญาณที่พบ: จำกัดน้ำหนัก/จำนวน, จำกัดพื้นที่, ไม่มีอุปกรณ์รองรับ
เหมาะกับ: โครงการที่ยังไม่พร้อม แต่ต้องการเปิดตลาดบางส่วน

Pet Friendly — ออกแบบให้ใช้ร่วมกันได้
ลักษณะ: มีการออกแบบพื้นที่ + ระบบ ให้คนกับสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้สบาย
สัญญาณที่พบ: มี amenities, โซนชัด, วัสดุเหมาะ, ทีมงานรู้วิธีดูแล
เหมาะกับ: โครงการที่มุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีจริง

Pet-Centric — สัตว์เลี้ยงคือแขกเต็มตัว
ลักษณะ: มี facility, activity, partner network เฉพาะ (groomer/vet)
สัญญาณที่พบ: มี pet concierge, pet menu, spa, SOP ชัดเจน
เหมาะกับ: Luxury segment / ต้องการสร้างความแตกต่างสูงสุด
ข้อสังเกตสำคัญ:
"จำกัดน้ำหนัก" ไม่ได้แปลว่า "ลดปัญหา" เสมอไป ขนาดไม่ได้สัมพันธ์กับพฤติกรรม และบางครั้ง ข้อจำกัดเชิงน้ำหนักคือ "กติกาแบบง่าย" ที่ใช้แทนการออกแบบที่ควรทำจริง

ปัญหาจริงไม่ได้อยู่ที่ "กฎ" แต่อยู่ที่ "การออกแบบ"
ข้อร้องเรียนที่เจอบ่อยที่สุด 4 อันดับแรก:
ความสะอาด / ขน / กลิ่น
เสียงรบกวนห้องข้างเคียง
ความเสียหายต่อเฟอร์นิเจอร์และวัสดุ
ความสบายใจของผู้เข้าพักที่ไม่ได้พาสัตว์เลี้ยง
ปัญหาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องแก้ด้วย "ข้อห้าม" อย่างเดียวมันแก้ได้ด้วย การออกแบบที่เข้าใจ user journey ตั้งแต่ต้น
ลองคิดตาม journey นี้: Arrival → Check-in → Room → Circulation → Common areas (ที่อนุญาต)
→ Outdoor/Relief → Departure

แต่ละจุดต้อง ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ "อนุญาตให้เข้า" และนี่คือจุดเริ่มต้นของการออกแบบ Pet Friendly ที่ดี
แนวทางออกแบบที่ทำให้ "Friendly" เป็นจริง
1. Zoning & Circulation — แยกให้ชัด อยู่ร่วมกันให้ได้
พื้นที่ที่ดีไม่ได้แปลว่า "ห้ามไปทุกที่" แต่หมายถึง มีเส้นทางที่ชัดเจน และทั้งคนพาสัตว์เลี้ยงกับคนที่ไม่พาสัตว์เลี้ยงมา สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้สบายใจ
✓ สิ่งที่ควรมี:
เส้นทางเข้า-ออกที่ไม่ตัดผ่านพื้นที่อ่อนไหว (ร้านอาหาร, lobby หลัก)
ทำ Pet Relief Area ให้ “หาเจอง่าย” ตั้งแต่ลงรถ
Signage ที่สื่อสารชัดแต่สุภาพ
✓ Outdoor Space ที่ใช้งานได้จริง:
Pet Garden/Playground: 100-200 ตร.ม. สำหรับโรงแรม 50 ห้อง
แยกโซน Small dogs / Large dogs
มี shade, water features, night lighting
ไม่ใช่แค่สนามหญ้าว่างๆ แต่คือพื้นที่ที่ออกแบบให้สัตว์เลี้ยงมีความสุข และเจ้าของมีที่นั่งพักได้สบาย

2. Materials — สวยได้ และต้องทน ดูแลง่าย
นี่คือจุดที่หลายโครงการพลาด เพราะคิดว่า "Pet Friendly = ต้องยอมแลกความสวย"แต่ความจริงคือ เลือกวัสดุให้ถูก ก็ทั้งสวยและใช้งานได้
พื้น (Flooring):
ใช้วัสดุที่มี Slip Resistance เหมาะสม (ป้องกันการบาดเจ็บในสุนัขใหญ่)
ไม่ดูดซับกลิ่นและของเหลว: กระเบื้อง Porcelain, SPC, LVT
หลีกเลี่ยง: พรมทั้งห้อง, ไม้ที่รอยขีดข่วนง่าย
ผนัง & เฟอร์นิเจอร์:
Washable paint, Scratch-resistant panels ในบริเวณเสี่ยง
Fabric ที่ถอดซักได้, Stain-resistant coating
ออกแบบมุมห้องให้ไม่เป็น "กับดักขน"
ระบบอากาศและกลิ่น:
Enhanced air circulation + UV air purifier
Quick-access windows
ใช่: แค่ฉีดน้ำหอมกลบกลิ่น (แก้ชั่วคราว แต่ไม่แก้ปัญหาจริง)


3. Functional Details — รายละเอียดเล็กที่สร้างความต่าง
บางทีสิ่งที่สร้างประสบการณ์ที่ดีไม่ได้อยู่ที่พื้นที่ใหญ่ๆ แต่อยู่ที่ รายละเอียดเล็กๆ ที่คิดถึงการใช้งานจริง
Pet Corner ในห้องพัก:
พื้นที่วางชาม, ที่นอน, crate แบบไม่เกะกะ
ใกล้ balcony หรือ bathroom (เป็น hygiene zone)
มี storage สำหรับของใช้สัตว์เลี้ยง
Safety Features:
Balcony railing ปลอดภัย (ช่องไม่เกิน 10cm)
ประตูป้องกันสัตว์เลี้ยงหนี
Electrical outlet สูงกว่ามาตรฐาน
Wash & Dry Station:
นี่คือสิ่งที่หลายโรงแรมมองข้าม แต่มันสำคัญมาก เพราะการล้างเท้าก่อนเข้าห้อง = ความสะอาดของทั้งโครงการ
อ่างล้างที่ออกแบบตาม ergonomics (ไม่ต้องก้มต่ำเกินไป)
Adjustable water pressure
พื้นที่ drying และ grooming

4. Amenities ที่ต้นทุนไม่สูง แต่ impact มาก
สิ่งที่ต้องการไม่ได้ยากหรือแพง แต่มันแสดงให้เห็นว่า คุณคิดถึงพวกเขา
✓ จุดสำคัญ:
จุดล้างเท้า + ผ้าเช็ด (ก่อนเข้าห้อง)
Pet relief area พร้อมถุงเก็บของเสีย
ชามน้ำ + แผ่นรอง + ถังขยะเฉพาะจุด
ต้นทุนของสิ่งเหล่านี้ไม่สูง แต่มันช่วยลด "พฤติกรรมที่ทำให้เกิดปัญหา" ได้จริง

5. Policy & Communication — กติกาที่ดีควร "คุมพฤติกรรม" มากกว่า "คุมขนาด"
นี่คือจุดที่เราเห็นว่าหลายโครงการทำผิดพลาดมากที่สุด
Policy ที่ไม่เวิร์ก:
จำกัดแค่น้ำหนัก (ไม่ได้สะท้อนพฤติกรรมจริง)
กฎยาว 2-3 หน้า ที่ไม่มีใครอ่าน
สื่อสารหลังจองแล้ว
Policy ที่เวิร์ก:
กำหนดเรื่อง: เสียง / การจูง / ไม่ปล่อยลำพัง / พื้นที่ส่วนกลาง
สรุปแบบ "6 บรรทัด" ให้เห็นก่อนจอง
ทำให้คนรู้สึก "ร่วมมือกัน" ไม่ใช่ "มาขออนุญาตทุกก้าว"

ตัวอย่าง Pet Policy ที่อ่านแล้วไม่หงุดหงิด
Pet Policy (Short Version):
✓ อนุญาตสุนัข/แมว สูงสุด 2 ตัวต่อห้อง
✓ พื้นที่เข้าได้: ห้องพัก, Pet Garden, ทางเดินชั้น X
✓ พื้นที่ส่วนกลาง: อยู่ในสายจูง/กระเป๋าเสมอ
✓ ไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยงลำพังในห้อง
✓ หากต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์/เตียง: ใช้ผ้าคลุมที่เตรียมไว้ให้
✓ ค่าธรรมเนียม 500 บาท/คืน (รวม cleaning, amenities)
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้เนื้อหา คือ "น้ำเสียง"
เพราะกติกาชุดเดียวกัน เขียนดีๆ ก็ทำให้คนอยากร่วมมือ แต่เขียนแบบสั่งการก็ทำให้คนรู้สึกไม่ถูกต้อนรับ
Checklist: ก่อนจะประกาศว่า Pet Friendly ควรมีอะไรบ้าง
Design:
□ มีเส้นทางเข้า-ออกชัดเจนสำหรับสัตว์เลี้ยง
□ มี outdoor space ที่ใช้งานได้จริง
□ วัสดุปูพื้นทนรอย ทำความสะอาดง่าย □ มี pet corner ในห้องพัก
□ ป้าย/สัญลักษณ์สุภาพและชัดเจน
Operation:
□ มีขั้นตอนทำความสะอาดเฉพาะ pet room
□ มีอุปกรณ์/น้ำยาที่เหมาะและปลอดภัย
□ มีระบบจัดการกลิ่นแบบเป็นขั้นตอน
□ ทีมเข้าใจ policy และสื่อสารได้เหมือนกันทุกคน
Communication:
□ มี "สรุปกติกา 6 บรรทัด" ก่อนจอง
□ บอกชัดว่าเป็น Pet Allowed หรือ Pet Friendly
□ ระบุพื้นที่เข้าได้/ไม่ได้เป็นภาพ/แผนที่
□ ค่าธรรมเนียมโปร่งใส
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (และแก้ได้ด้วยการออกแบบ)
❌ ติดป้าย Pet Friendly แต่ไม่มีพื้นที่รองรับ → ต้องออกกฎห้ามเต็มไปหมด จนกลายเป็น Pet Allowed
❌ ไม่มี zoning → เกิดแรงเสียดทานกับผู้เข้าพักที่ไม่พาสัตว์เลี้ยง
❌ เลือกวัสดุไม่เหมาะ → กลิ่น/คราบ/พื้นลื่น กลายเป็น pain point หลัก
❌ สื่อสารไม่ชัด → ผู้เข้าพักเข้าใจว่า "friendly = ทำได้ทุกอย่าง" แล้วผิดหวัง
ทุกอย่างนี้ แก้ไขได้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ ไม่จำเป็นต้องรอจนเกิดปัญหาแล้วค่อยมาแก้

Pet Friendly ที่ดีไม่ได้เกิดจากการ "ตาม" เทรนด์ แต่เกิดจาก "เข้าใจ" ผู้ใช้
Pet Friendly ไม่ใช่แค่การอนุญาต แต่คือการออกแบบที่ทำให้คนและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ—และในมุมธุรกิจ นี่คือการสร้าง “ความต่าง” ที่ยั่งยืนในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ที่ The Collective Studio เราไม่ได้ออกแบบแค่พื้นที่ให้สวยงาม แต่เราออกแบบ “ความสัมพันธ์” ระหว่างคน สัตว์เลี้ยง และธุรกิจ เพราะพื้นที่ที่ดีช่วยคุมพฤติกรรมและลดปัญหาหน้างานได้ดีกว่ากฎระเบียบที่เคร่งครัดเพียงอย่างเดียว
เราเชื่อว่า พื้นที่ที่ดีจะช่วยคุมพฤติกรรมและลดปัญหาหน้างานได้ดีกว่ากฎระเบียบที่เคร่งครัด
The Collective Studio ช่วยอะไรได้บ้าง?
ด้วยประสบการณ์ออกแบบโครงการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง และประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะเจ้าของสัตว์เลี้ยงเราเข้าใจทั้ง business requirements และ real user needs
เราช่วยได้ตั้งแต่:
วางแผนโซนและผังการใช้งาน (zoning & circulation)
เลือกวัสดุและออกแบบรายละเอียด (material & detailing)
ออกแบบห้องพัก/พื้นที่ส่วนกลาง/ป้ายสื่อสาร
แนะนำ policy ที่สอดคล้องกับพื้นที่ เพื่อลดปัญหาหน้างาน
หากคุณกำลังวางแผนทำโรงแรม/รีสอร์ท/เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ Pet Friendly หรือต้องการรีโนเวตบางส่วนให้รองรับสัตว์เลี้ยง
ปรึกษาแนวทาง Pet Friendly Hotel Design → https://www.thecollectivestudio.co.th/contact
ดูผลงาน Hospitality ของ The Collective Studio → https://www.thecollectivestudio.co.th/hospitality

