top of page

เทรนด์ออกแบบสำนักงาน 2026: บทเรียนจาก ORGATEC Tokyo ที่ใช้ได้จริงกับออฟฟิศไทย

  • 12 มิ.ย.
  • ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 1 ก.ค.

สรุปเทรนด์การออกแบบสำนักงาน 2026 จากงาน ORGATEC Tokyo ที่เราไปดูมาเอง ทั้ง wellness, smart office, แสง และวัสดุยั่งยืน พร้อมวิธีปรับใช้กับออฟฟิศไทย



บูธ OKAMURA ในงาน บูธ OKAMURA ในงาน ORGATEC Tokyo


เราไม่ได้บินไป ORGATEC Tokyo 2026 เพื่อไปดูเก้าอี้


ต้นเดือนมิถุนายน 2026 เราไปเดินดูงาน ORGATEC Tokyo ที่ Tokyo Big Sight — งานแสดงนวัตกรรมพื้นที่ทำงานและเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของเอเชีย รวมแบรนด์และผู้ผลิตกว่า 150 ราย


แต่เราไม่ได้ไปเพื่อจดว่ารุ่นไหนสวย ราคาเท่าไหร่ เราไปเพื่อหาคำตอบที่ถ่ายรูปยากกว่านั้น — โลกกำลังออกแบบ “วิธีที่เราทำงาน” กันไปในทิศทางไหน และอะไรในนั้นที่เอามาปรับใช้กับการออกแบบสำนักงานในไทยได้จริง


บทความนี้คือ field notes ของเรา — 6 เทรนด์ที่เราเห็นซ้ำๆ ทั้งงาน เรียงให้อ่านง่าย และที่สำคัญกว่านั้นคือ “แล้วออฟฟิศไทยจะหยิบไปใช้ยังไง” ภายใต้โจทย์จริงของเรา ทั้งพื้นที่เช่าที่จำกัด งบที่ต้องคุ้ม เสียงรบกวน และวัฒนธรรมการทำงานที่อยากคุยกันแต่ก็ต้องไม่รบกวนกัน


อ่านคู่กับบทความเชิงพฤติกรรมของเราได้ที่ Workplace Trends 2026: 8 แนวโน้มที่คนออกแบบออฟฟิศควรรู้ — บทความนั้นว่าด้วย “คนและวิธีทำงาน” ส่วนบทความนี้ว่าด้วย “พื้นที่และการออกแบบ”


Fair Orgatec


ทำไม “เทรนด์ออกแบบสำนักงาน 2026” ถึงสำคัญกับองค์กรไทย



ปี 2026 คำถามของออฟฟิศเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ “จะบังคับให้กลับมา 100% ได้ไหม” แต่คือ “ถ้าให้คนเดินทางมา ออฟฟิศต้องให้เหตุผลที่คุ้ม”


ตัวเลขก็สนับสนุนทิศทางนี้ พนักงานที่ทำงานแบบ hybrid รายงานว่าทำงานได้ดีขึ้นถึงราว 73% และมีคนจำนวนไม่น้อยที่บอกว่าจะลาออกถ้าถูกบังคับกลับเข้าออฟฟิศเต็มเวลา นั่นแปลว่าออฟฟิศยุคนี้ต้อง “ดึงดูด” ด้วยคุณค่า ไม่ใช่ “บังคับ” ด้วยกฎ


และสิ่งที่เราเห็นตลอดงาน ORGATEC Tokyo ก็ตอกย้ำเรื่องเดียวกัน — ออฟฟิศที่ดีไม่ได้แค่สวยในรูป แต่ออกแบบมาเพื่อ “สุขภาวะ ความเชื่อมต่อ และสมาธิ” ของคนทำงาน


มาดู 6 เทรนด์กัน

1) Wellness & Biophilic — ออกแบบ “สุขภาวะ” ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ของแถม


บูธ KOKUYO จัดเก้าอี้ทำงาน 4 ชุดในบูธสีขาวสะอาด โฟกัสที่ความละเอียดอ่อนของการรองรับสรีระ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Find your experience” ให้คนได้ลองนั่งและ “รู้สึก” ถึงความต่างด้วยตัวเอง รอบๆ งานยังเต็มไปด้วยพื้นที่ที่ดึงธรรมชาติ ต้นไม้ และวัสดุไม้เข้ามาเป็นหัวใจ ไม่ใช่ของตกแต่งปลายทาง


สุขภาวะที่ดีไม่ได้เกิดจากการ “เติม” ต้นไม้เข้าไปทีหลัง แต่เกิดจากการ “ออกแบบ” ให้แสง อากาศ สรีระ และความสงบ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ตั้งแต่แรก


งานวิจัยกับพนักงานออฟฟิศกว่า 7,600 คนพบว่า พื้นที่ทำงานที่ออกแบบแบบ biophilic ช่วยเพิ่มความรู้สึกเป็นสุข (well-being) ราว 15% เพิ่ม productivity ราว 6% และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ราว 15% นี่ไม่ใช่เรื่อง “สวยงาม” อย่างเดียว แต่กระทบผลงานจริง



สิ่งที่นำมาปรับใช้กับออฟฟิศไทย:

  • เริ่มจาก “แสงธรรมชาติ” ก่อนเสมอ — จัดผังให้โต๊ะส่วนใหญ่เข้าถึงหน้าต่าง ก่อนคิดเรื่องตกแต่ง

  • เลือกเก้าอี้/โต๊ะที่รองรับสรีระจริง (ปรับระดับได้) คุ้มกว่าการลงทุนกับของโชว์

  • เพิ่มต้นไม้จริงในจุดที่ดูแลไหว + วัสดุธรรมชาติ (ไม้ ผ้าลินิน) เพื่อลดความ “แข็ง” ของออฟฟิศ




2) Collaboration — เลิกวัด “คนเข้าออฟฟิศ” แล้วออกแบบ “การเชื่อมต่อ”


บูธ COMANY เปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นกิจกรรมกลุ่ม ให้คนเก็บลูกบอลและข้อความมาประกอบกันเป็น “คำบรรยายของทีม” ร่วมกัน — เปลี่ยนเรื่องนามธรรมอย่าง collaboration ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ได้ลงมือทำจริง


พื้นที่สื่อสารเรื่อง “การทำงานร่วมกัน” ได้ดีที่สุด ไม่ใช่ผ่านป้ายหรือภาพสวย แต่ผ่าน “การมีส่วนร่วม”


หลายองค์กรเจอภาพเดิม — คนเข้ามาออฟฟิศแล้วเสียบหูฟัง ทำงานคนเดียว สุดท้ายคำถามคือ “มาเพื่ออะไร” เทรนด์ปี 2026 จึงเลิกวัดที่จำนวนคน (occupancy) แล้วหันมาออกแบบเพื่อให้เกิด “การพบกันแบบไม่ฝืน”


ปรับใช้กับออฟฟิศไทย:

  • สร้าง Social Node ที่ตั้งใจทำจริง 1 จุด (โต๊ะยืนคุย จุดกาแฟที่ไม่อึดอัด) ดีกว่ากระจาย pantry เล็กๆ หลายมุม

  • ออกแบบให้เกิด “serendipity” — จุดที่คนเดินผ่านแล้วได้คุยกันโดยบังเอิญ

  • มีที่นั่งสบายที่ “คุยงานได้” ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวย




3) Flexibility — พื้นที่ที่ “เปิดโล่ง เชื่อมโยง แต่ยังเป็นส่วนตัว”


บูธ OKAMURA เป็นบูธเปิดโล่ง ไม่มีดาวน์ไลท์เลย ใช้แสงนุ่มทั่วทั้งพื้นที่ เดินไล่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ นำเสนอ workspace ที่เชื่อมต่อกันแต่ยังมีความเป็นส่วนตัว และมี “ผนังแม่เหล็ก” ให้คนขยับโมเดลผังพื้นที่เองได้


ออฟฟิศยุคใหม่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ “มากขึ้น” แต่ต้องการ “ตัวเลือกที่ถูกต้อง” ให้คนเลือกโหมดการทำงานของตัวเองได้


เทรนด์ activity-based zoning กำลังแทนที่ open-plan แบบตายตัว เพราะคนคนเดียวสลับโหมดหลายครั้งต่อวัน (โฟกัส / คุยงาน / ประชุมออนไลน์ / พัก) และราว 1 ใน 7 คนเป็น neurodivergent ที่ต้องการสภาพแวดล้อมต่างกัน การมี “ทางเลือก” จึงเป็นเรื่องของประสิทธิภาพ ไม่ใช่ความหรูหรา


ปรับใช้กับออฟฟิศไทย:

  • ใช้เฟอร์นิเจอร์เคลื่อนย้ายง่าย + พาร์ทิชันกั้น เพื่อให้ปรับผังได้ตามงาน

  • แยกโซน “คุย” กับ “คิด” ให้ชัด — อย่าวางติดกัน เพราะสุดท้ายไม่มีใครได้ทั้งสองอย่าง

  • เพิ่ม phone booth / meeting pod 1–2 จุด สำหรับโทรและประชุมออนไลน์โดยไม่รบกวนคนอื่น




4) Smart Office — เทคโนโลยีที่ “ลื่นจนแทบไม่รู้สึกว่ามี”


บูธ UCHIDA นำเสนอเทคโนโลยีออฟฟิศที่จับต้องได้จริง ทั้งระบบจัดการพื้นที่และการเชื่อมข้อมูลคนทำงาน เล่าผ่านเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่ integrate เข้ากับงานประจำวันแบบเนียนๆ ไม่ใช่ของโชว์ที่ดูล้ำแต่ใช้ไม่ได้


เทคโนโลยีที่ดีในออฟฟิศ คือเทคโนโลยีที่ “แทบไม่รู้สึกว่ามี” แต่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น — ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ต้องโชว์


คนทำงานไม่อยากเปิดสิบแอปเพื่อทำเรื่องเดียว เทรนด์ phygital ปี 2026 คือประสบการณ์ที่ต่อเนื่องระหว่างพื้นที่จริงกับดิจิทัล


ปรับใช้กับออฟฟิศไทย — เริ่มจาก 2 use case ที่คุ้มที่สุด:

  • ระบบจองห้องประชุม/พื้นที่ทำงานที่ใช้ง่ายจริง (ลดการแย่งห้องและแชทตามกัน)

  • visitor flow / การรับแขก (นัดหมาย–ลงทะเบียน–พาเข้าห้อง) ที่ไม่วุ่นวาย




5) Light & Atmosphere — แสง คือเครื่องมือเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ใช่แค่ความสว่าง


บูธ PANASONIC นำเสนอการใช้แสงในพื้นที่ทำงาน สลับหลายบรรยากาศไปพร้อมกับการพรีเซนต์สด ให้เห็นชัดว่าแสงเปลี่ยนความรู้สึกของห้องทั้งห้องได้


แสงไม่ใช่แค่ความสว่าง แต่กำหนดอารมณ์ จังหวะ และโฟกัสของพื้นที่ — เป็นตัวแปรที่มองข้ามง่ายที่สุด แต่เปลี่ยนความรู้สึกได้มากที่สุด


ทำไมถึงสำคัญ: ในออฟฟิศที่รองรับหลายโหมดการทำงาน แสงคือเครื่องมือที่ถูกที่สุดในการ “บอกใบ้” ว่าพื้นที่นี้ไว้ทำอะไร — แสงสว่างกระตุ้นพลังงานสำหรับงานที่ต้องตื่นตัว แสงนุ่มสำหรับมุมพักหรือมุมคิด


ปรับใช้กับออฟฟิศไทย:


  • เลิกใช้แสงขาวจ้าเท่ากันทั้งออฟฟิศ — แบ่งระดับแสงตามโซนงาน

  • ใช้แสงอุ่นและนุ่มในมุมพัก/มุมคุยงาน เพื่อลดความล้า

  • ให้ความสำคัญกับแสงธรรมชาติเป็นอันดับแรกเสมอ




6) Circular Materials — วัสดุหมุนเวียน ที่มากกว่าการรีไซเคิล


นิทรรศการพิเศษของงานชื่อ Circular MIRAI 2026 (MIRAI แปลว่า “อนาคต” ในภาษาญี่ปุ่น) ว่าด้วย circular economy ในออฟฟิศ — แนวคิดการค้นหา “คุณค่าใหม่” ทุกครั้งที่วัสดุถูกใช้ซ้ำ ตัวอย่างที่เราชอบคือ การเอาขาเฟอร์นิเจอร์เก่ามาแปรเป็นแผ่นวัสดุใหม่ และการเอาเปลือกไม้มาทำเป็นแผ่นไม้ hollow core


ความยั่งยืนเล่าได้อย่างมีชั้นเชิง — ผ่านวัสดุและเรื่องราว ไม่ใช่แค่ติดฉลาก “รักษ์โลก”


ทำไมถึงสำคัญ: 


ปี 2026 ความยั่งยืนขยับจาก “ความตั้งใจ” มาเป็น “มาตรฐานพื้นฐาน” ที่ลูกค้าและพนักงานคาดหวัง วัสดุที่ทำจาก recycled content ออกแบบให้ถอดประกอบ/ใช้ซ้ำได้ หรือมาจากแหล่งหมุนเวียนเร็ว กำลังถูกระบุในงานออกแบบเชิงพาณิชย์มากขึ้น


ปรับใช้กับออฟฟิศไทย:

  • เลือกวัสดุที่ “เล่าเรื่องได้” — มีที่มา มีเหตุผล ไม่ใช่แค่ดูดี

  • คิดตั้งแต่ต้นว่าเฟอร์นิเจอร์/ผนังถอดประกอบหรือย้ายได้ไหม เมื่อวันหนึ่งต้องรีโนเวท

  • มองวัสดุยั่งยืนเป็น “จุดเล่าเรื่องของแบรนด์” ในพื้นที่รับแขกหรือจุดที่ลูกค้าเห็น



รู้จัก 5 แบรนด์ญี่ปุ่นในงาน


หลายแบรนด์ในงานเป็นชื่อที่คนไทยอาจไม่คุ้น หรือคุ้นในมุมที่ต่างออกไป เราเลยสรุปโปรไฟล์สั้นๆ ให้รู้จักกันก่อน เผื่อเป็นไอเดียในการเลือกแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และพาร์ทเนอร์ออกแบบ


KOKUYO (โคคุโย) — ก่อตั้ง 1905 ที่โอซากะ 

เริ่มต้นจากร้านทำปกสมุดบัญชี ก่อนกลายเป็นเจ้าของสมุด “Campus” ที่ขายดีที่สุดในเอเชีย — สิ่งที่คนไทยหลายคนอาจไม่รู้คือ KOKUYO ไม่ได้ทำแค่เครื่องเขียน แต่เป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศและเก้าอี้ ergonomic รายใหญ่ของญี่ปุ่นด้วย


OKAMURA (โอคามูระ) — ก่อตั้ง 1945 ที่โยโกฮามา 

เกร็ดที่น่าทึ่ง: บริษัทนี้เริ่มต้นจากกลุ่มวิศวกรเครื่องบิน และเคยผลิตเครื่องบินมาก่อน ก่อนจะหันมาทำเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศในยุค 1960 ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ Top 5 ของโลก เจ้าของเก้าอี้ทำงานระดับตำนานอย่าง Contessa ที่ขายไปแล้วกว่า 600,000 ตัวทั่วโลก

COMANY (โคมานี) — ก่อตั้ง 1961 ที่เมืองโคมัตสึ จังหวัดอิชิคาวะ 

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน “พาร์ทิชันและผนังแบ่งพื้นที่” โดยตรง (เดิมชื่อ Komatsu Partition) จึงไม่แปลกที่บูธของเขาจะเล่าเรื่อง “การสร้างพื้นที่” และการทำงานร่วมกันได้ลึกกว่าใคร

UCHIDA / Uchida Yoko (อุจิดะ โยโกะ) — ก่อตั้ง 1910 ที่โตเกียว 

บริษัทที่อยู่คู่ออฟฟิศญี่ปุ่นมากว่าหนึ่งศตวรรษ เชี่ยวชาญทั้งการออกแบบพื้นที่สำนักงาน ระบบ smart office และงาน IT integration เช่น ระบบจองห้องประชุมและการจัดการพื้นที่ทำงาน


PANASONIC (พานาโซนิค) — ก่อตั้ง 1918 ที่โอซากะ 

ชื่อที่คนไทยรู้จักดีในฐานะแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ Panasonic มีธุรกิจ “การออกแบบแสงสว่าง” (lighting) สำหรับพื้นที่ทำงานอย่างจริงจัง ซึ่งก็คือสิ่งที่เขานำมาโชว์ในงานนี้


Checklist: 6 คำถามก่อนรีโนเวทหรือออกแบบสำนักงานใหม่


ถ้าคุณกำลังคิดจะรีโนเวทหรือย้ายออฟฟิศในปี 2026 ลองเริ่มจาก 6 คำถามนี้:

  1. โต๊ะทำงานส่วนใหญ่เข้าถึง “แสงธรรมชาติ” ได้จริงไหม?

  2. ออฟฟิศมี Social Node ที่ทำให้คนอยากคุยกันจริงหรือยัง?

  3. มีทางเลือกครบไหม — โซนเงียบที่เงียบจริง จุดโทร/ประชุมออนไลน์ และจุดคุยงานเร็ว?

  4. ระบบจองห้อง/รับแขก “ลื่น” หรือยังต้องแชทตามกันทั้งวัน?

  5. แสงในแต่ละโซนถูกออกแบบตามการใช้งาน หรือสว่างเท่ากันหมดทั้งออฟฟิศ?

  6. วัสดุที่เลือก “เล่าเรื่อง” อะไรเกี่ยวกับองค์กรของคุณ?


สรุป: ออฟฟิศปี 2026 ไม่ได้แข่งกันที่ “ล้ำ” แต่แข่งกันที่ “มีความหมาย”

สิ่งที่ร้อยทุกบูธในงาน ORGATEC Tokyo 2026 เข้าด้วยกัน ไม่ใช่เทคโนโลยีหรือวัสดุใหม่ แต่เป็นความคิดเดียวกัน — พื้นที่ทำงานที่ดีไม่ได้แค่สวยในรูป แต่ออกแบบมาเพื่อสุขภาวะ ความเชื่อมต่อ และสมาธิของคน


และนั่นคือสิ่งที่ The Collective Studio ให้คุณค่ามาตลอด — เราไม่ได้ขายแค่ภาพสวย แต่ขาย “design thinking” และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจออกแบบ ที่เปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็นสถานที่ที่มีความหมายกับธุรกิจและคนทำงานจริง

ถ้าองค์กรของคุณกำลังวางแผนออกแบบหรือรีโนเวทสำนักงาน เรายินดีช่วยคิดตั้งแต่กลยุทธ์ของพื้นที่ ไปจนถึงการลงรายละเอียด —


The Collective Studio tour ORGATEC Tokyo 2026

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เทรนด์การออกแบบสำนักงานปี 2026 มีอะไรบ้าง? 

เทรนด์หลักคือ การออกแบบเพื่อสุขภาวะและ biophilic, พื้นที่เพื่อการทำงานร่วมกัน (collaboration), ความยืดหยุ่นแบบ activity-based, smart office ที่ใช้งานง่าย, การออกแบบแสงเพื่อสร้างบรรยากาศ และการใช้วัสดุยั่งยืน/หมุนเวียน


ออกแบบออฟฟิศให้ดีต่อสุขภาวะ (well-being) เริ่มจากอะไร? 

เริ่มจากแสงธรรมชาติและผังที่ให้คนเข้าถึงหน้าต่างได้มากที่สุด ตามด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับสรีระ และการเพิ่มธรรมชาติ/วัสดุธรรมชาติเข้าไปในพื้นที่ตั้งแต่ขั้นออกแบบ ไม่ใช่เติมทีหลัง


ออฟฟิศขนาดเล็กหรือพื้นที่เช่าในไทย ปรับใช้เทรนด์เหล่านี้ได้ไหม? 

ได้ และควรเริ่มจากสิ่งที่ลงทุนไม่หนัก เช่น ปรับ acoustic ห้องประชุม เพิ่ม phone booth 1–2 จุด สร้าง Social Node ที่ตั้งใจจริงหนึ่งจุด และจัดระดับแสงตามโซน

งาน


ORGATEC Tokyo คืออะไร? 

ORGATEC (ย่อจาก Organization + Technology) คืองานแสดงนวัตกรรมพื้นที่ทำงานและเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ ฉบับเอเชียจัดที่โตเกียว รวมแบรนด์ผู้ผลิตและไอเดียการออกแบบที่ทำงานแห่งอนาคตไว้ในที่เดียว


แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศญี่ปุ่นที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง? 


แบรนด์ญี่ปุ่นที่น่าจับตา ได้แก่ OKAMURA (ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ Top 5 ของโลก เจ้าของเก้าอี้ Contessa), KOKUYO (เจ้าของสมุด Campus และเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ ergonomic), COMANY (ผู้เชี่ยวชาญพาร์ทิชันและผนังแบ่งพื้นที่), UCHIDA (พื้นที่สำนักงานและ smart office) และ PANASONIC (โซลูชันแสงสว่างสำหรับพื้นที่ทำงาน)


เครดิตและแหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากการไปดูงาน ORGATEC Tokyo 2026 ด้วยตนเอง ร่วมกับการสรุปและตีความข้อมูลเทรนด์การออกแบบสำนักงานปี 2026 จากหลายแหล่ง อาทิ Gensler, Office Principles, Gable และ DLR Group โดยปรับให้เข้ากับบริบทการออกแบบออฟฟิศในประเทศไทย


เขียนโดยทีม The Collective Studio — design strategy · spatial storytelling · interior · architecture · brand experience

bottom of page